นิมโฟมาเนีย ตัวตนที่แท้จริงของ โรคขาดผู้ชายไม่ได้
โรคนิมโฟมาเนีย (Nymphomania) ตัวตนที่แท้จริงของโรคขาดผู้ชายไม่ได้ ใช่จะเกิดได้แค่เฉพาะผู้หญิง แม้แต่ผู้ชายก็เกิดได้ไม่เว้น กับปัญหาเบื้องหลังที่อยู่ลึกลงไปมากกว่าคำว่า แรงปรารถนาทางกาย
คงมีคนไม่น้อยที่เข้าใจว่า โรคขาดผู้ชายไม่ได้ หรือลักษณะของผู้หญิงที่เกิดความต้องการทางเพศสูงนั้น คือ โรคฮิสทีเรีย (Histeria) แต่แท้ที่จริงแล้ว นั่นเป็นความเข้าใจผิดอันเกิดจากการคาดเดาจากการแสดงออกบางอย่างของผู้มีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียเท่านั้น ซึ่งความเข้าใจนั้นก็ทำให้หลายคนเกิดทัศนคติที่ไม่ดีนักต่อกลุ่มผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย และเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ร่วมกัน ในวันนี้เราจึงจะพาไปรู้จักกับฮิสทีเรียกันก่อน
จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตนั้น พบว่า ฮิสทีเรีย สามารถเกิดได้ทั้งในหญิง และชาย โดย ฮิสทีเรีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
สำหรับผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย จะมีลักษณะ ลีลา ท่าทางการแสดงออกที่มากเกินกว่าปกติ รวมทั้งอาจมีท่าทีเชิญชวน มีจริต หรืออาจถึงขั้นยั่วยวน ทั้งนี้ บุคลิกภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อการเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง เนื่องจากมีความเป็นเด็กในตัวสูง ซึ่งสาเหตุของบุคลิกภาพแบบนี้ มาจากการขาดความรักในวัยเด็ก ทำให้พวกเขาโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นเรื่องของความปรารถนาทางเพศ หรือต้องการเติมเต็มด้านเพศอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด
- 2.1 แบบคอนเวอร์ชัน รีแอคชั่น (conversion reaction) จะเกิดขึ้นในเวลาที่เกิดความขัดแย้งในจิตใจมาก ๆ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อระบบการเคลื่อนไหวหรือการรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง พูดไม่มีเสียง พูดไม่ได้ โดยจะตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกาย หรือทางระบบประสาทแต่อย่างใด
- 2.2 แบบดีสโซซิเอทีฟ (dissociative type) อาจจะทำให้มีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น คนเรียบร้อยกลายเป็นแข็งกร้าว และอาจจะรวมถึงการสูญเสียความทรงจำ เนื่องมาจากได้รับความกระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างหนัก จนผู้ป่วยไม่ต้องการรับรู้อีกต่อไป โดยไม่ได้เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง
ดังจะเห็นได้ว่า ผู้ที่เป็นฮิสทีเรียนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศที่มากกว่าปกติเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขาก็คือความรัก ความเข้าใจ และความเอาใจใส่จากคนรอบข้างเพียงเท่านั้น แต่ในเมื่อฮิสทีเรียไม่ใช่โรคที่เกี่ยวกับความต้องการทางเพศสูง แล้วโรคขาดผู้ชายไม่ได้ คือโรคอะไรกัน
ที่จริงแล้ว โรคขาดผู้ชายไม่ได้นั้น ก็คือลักษณะของโรคนิมโฟมาเนีย (Nymphomania) ซึ่งเป็นอาการป่วยทางจิตประเภทหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติในการควบคุมพฤติกรรมในเรื่องเพศ ทำให้เกิดความต้องการทางเพศมากกว่าปกติ (Hypersexuality) คำว่า นิมโฟมาเนีย นั้นมาจากคำว่า "นิมโฟ (Nympho)" หมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง และ "มาเนีย (Mania)" ซึ่งหมายถึง ความคลั่งไคล้หรือความบ้าคลั่ง และเมื่อนำมารวมกัน "นิมโฟมาเนีย" จึงหมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงเกินปกติ หรือมีความคลั่งไคล้ในเรื่องเพศนั่นเอง
สำหรับโรคนิมโฟมาเนียนี้ถูกจัดอยู่ในอาการป่วยขั้นรุนแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในหญิงและชาย แต่ผู้ป่วยชายจะถูกเรียกว่า "สไตเรียซิส (satyriasis)" โดยนิมโฟมาเนียนั้นจะพบได้มากในผู้หญิง และผู้ชายที่เป็นพวกรักร่วมเพศ นอกจากนี้ ผู้ป่วยทางจิต หรือคนในครอบครัวมีประวัติป่วยทางจิต ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคดังกล่าวเช่นกัน ส่วนสาเหตุของโรคนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุต่อไปนี้
ทั้งนี้ สำหรับพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคนิมโฟมาเนีย แม้ว่าจะทำให้พวกเขาถูกคนรอบข้างมองว่ามีความสำส่อนในเรื่องเพศ หรืออาจจะถูกคนในสังคมมองในด้านลบ เนื่องจากพฤติกรรมต่าง ๆ ของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม จนถูกเรียกว่า ขาดผู้ชายไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยนิมโฟมาเนียนั้น ถือว่าเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจไม่ใช่น้อย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นต่อพวกเขาเหล่านั้นก็คือผลจากพฤติกรรมที่ถูกบีบบังคับของโรคนิมโฟมาเนีย ซึ่งทำให้พวกเขาต้องประสบกับปัญหามากมาย ที่ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและความไม่สบายใจแก่พวกเขา ดังต่อไปนี้
ดังจะเห็นได้ว่า นิมโฟมาเนียไม่ได้ก่อปัญหาให้เกิดแต่เฉพาะกับตัวของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสามารถก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้อื่นได้ด้วย จนเผลอ ๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาสังคม ดังนั้น โรคนิมโฟมาเนีย จึงถือเป็นโรคที่อันตรายชนิดหนึ่ง ซึ่งควรได้รับการเยียวยาและรักษาโดยเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม โรคนิมโฟมาเนียนั้นยังไม่มีการรักษาให้หายขาดเช่นเดียวกับอาการป่วยทางจิตโรคอื่น ๆ แต่ผู้ป่วย สามารถเข้ารับการบำบัดได้ด้วยการใช้ยา ควบคู่กับการปรึกษาจิตแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือและจัดการควบคุมพฤติกรรมด้านเพศของตัวเองได้มากขึ้น โดยมีวิธีดังต่อไปนี้
และนอกจากการเข้ารับการบำบัดดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยยังสามารถวางแผนการใช้ชีวิต เพื่อพัฒนาความสามารถในการจัดการรับมือกับโรคได้ ด้วยการทำตามคำแนะนำเพื่อสุขภาพดังนี้
ทั้งนี้ สำหรับการรับมือต่อโรคนิมโฟมาเนียของผู้ป่วยนั้น จำเป็นที่จะต้องอาศัยความเข้าใจและแรงสนับสนุนจากบุคคลรอบตัวของพวกเขา โดยเฉพาะกับครอบครัวที่จะเป็นทั้งแรงใจ และสิ่งเหนี่ยวรั้งให้ผู้ป่วยสามารถอดทนต่อความพยายามในการควบคุมอาการของโรค
จากทั้งหมดนี้ ทุกคนคงทราบกันแล้วนะว่า โรคฮีโมฟีเลีย กับ โรคนิมโฟมาเนีย นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และเหตุใดถึงเกิดความเข้าใจผิดว่า อาการขาดผู้ชายไม่ได้ หรือลักษณะที่ผู้หญิงมีความต้องการทางเพศสูงนั้น เป็นโรคฮีโมฟีเลีย ทั้งที่ต้นตอและลักษณะอาการของโรคมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง
แต่ไม่ว่าจะเป็นโรคใด ผู้ป่วยที่ประสบกับโรคทั้ง 2 นี้ ต่างก็ต้องการแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก อย่าเพิ่งมองพวกเขาในด้านลบเสมอไป แต่หันมาทำความเข้าใจต่อสิ่งที่พวกเขาเป็น แทนการตัดสินแต่เพียงสิ่งที่เราเห็นเขาเพียงภายนอกดีกว่านะ
ขอบคุณ : http://health.kapook.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น